เตรียมพร้อมเข้าคูหา เลือกตั้งอบต. 11 มกราคม 2569
8 ม.ค. 2569
รายละเอียด:
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เคาะวันเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 เนื่องจากนายก อบต. และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) ดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปีในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นับแต่การเลือกตั้งครั้งก่อนเมื่อ 28 พฤศจิกายน 2564
การเลือกตั้ง อบต. เหมือนกันกับการเลือกตั้งท้องถิ่นอื่นๆ ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาล กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา คือ ไม่ได้เลือกตั้งล่วงหน้า ไม่มีเลือกตั้งนอกเขต ต้องกลับบ้านไปใช้สิทธิเลือกตั้งเท่านั้นหรือหากไม่สะดวกก็ต้องแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้ง จะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไปและมีชื่อในทะเบียนบ้านเขต อบต. กรณีผู้ที่ทะเบียนบ้านตนอยู่ในพื้นที่เทศบาลซึ่งเลือกตั้งไปแล้วเมื่อ 11 พฤษภาคม 2568 ก็จะไม่มีสิทธิเลือกตั้ง อบต. โดยทั่วไปแล้ว ในวันเลือกตั้ง จะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ใบแรกเลือกนายก อบต. อีกใบเลือก ส.อบต. แต่ต้องเช็กให้ดีก่อน อบต. ไหนที่นายก อบต. ลาออกก่อนครบวาระ 4 ปีและเลือกตั้งนายก อบต. ไปแล้ว ในวันที่ 11 มกราคม 2569 จะได้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เลือก ส.อบต.
รู้จักอบต. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้ฉัน
อบต. เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีขนาดเล็กที่สุดและมีเขตพื้นที่ที่ต้องดูแลอยู่นอกเขตเมือง ด้วยเหตุนี้ อบต. จึงเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด โดยจัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลทุกข์สุขและให้บริการประชาชนในหมู่บ้านและตำบลแทนรัฐหรือส่วนกลาง ที่ไม่สามารถจัดบริการสาธารณะ หรือดูแลประชาชนทั่วประเทศได้อย่างทั่วถึง ข้อมูลจากกรมการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ณ วันที่ 6 ธันวาคม 2568 ระบุว่าทั่วประเทศ มี อบต. ทั้งหมด 4,994 แห่ง โดยตัวเลขนี้ก็มีแนวโน้มจะลดลงเรื่อย ๆ จากการควบรวม อบต. บางส่วนเพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือการยกอบต. ที่มีความเจริญในระดับหนึ่งให้เป็นเทศบาลเพื่อให้มีอิสระในการบริหารงานมากขึ้น
พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 กำหนดให้ อบต. มีอำนาจหน้าที่ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ดูแลความระเบียบเรียบร้อย ความสะอาดของถนน ป้องกันโรคและบรรเทาสาธารณภัย ไปจนถึงการจัดการศึกษาอบรมให้กับประชาชน และบำรุงรักษาศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นเหมือนกันกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทุกประเภท เช่น อบจ. หรือ เทศบาล โครงสร้างของ อบต. ประกอบไปด้วยนายก อบต. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ทำหน้าที่บริหาร อบต. กำหนดนโยบาย และ ส.อบต. มาจากการเลือกตั้งหมู่บ้านละหนึ่งคน โดยใช้เขตหมู่บ้านเป็นเขตเลือกตั้ง เว้นแต่หมู่บ้านใดจะมีประชากรไม่ถึง 25 คน ก็ให้ไปรวมกับหมู่บ้านใกล้เคียงจนครบ 25 คนและให้นับเป็นหนึ่งหน่วยเลือกตั้ง ทั้งนี้ ส.อบต. จะต้องมีอย่างน้อยให้มี 6 คน ส.อบต. ทำหน้าที่เคาะแผนพัฒนา อบต. เห็นชอบร่างข้อบัญญัติต่างๆ เช่น ร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี และควบคุมการทำงานของนายก อบต. ให้เป็นไปตามกฎหมาย นโยบายทั้งนายก อบต. และ ส.อบต. จะอยู่ในวาระได้ครั้งละ 4 ปี แต่ นายก อบต. จะอยู่ในตำแหน่งเกิน 2 วาระติดกันไม่ได้ทั้งนี้ อบต. มีรายได้สามทาง จาก 1) รายได้ที่ อบต. จัดเก็บเองจากภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย อากรการฆ่าสัตว์ ค่าภาคหลวงแร่ ค่าภาคหลวงปิโตรเลียม เงินที่เก็บจากอุทยานแห่งชาติ 2) รายได้ที่หน่วยงานรัฐจัดเก็บในพื้นที่จังหวัดนั้นและจัดสรรให้อบต. เช่น ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์ 3) เงินอุดหนุนจากรัฐ
ใครบ้างเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อบต.
มีสัญชาติไทย แต่ถ้าแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันเลือกตั้งมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง
สำหรับภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช ผู้ที่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ผู้ที่ถูกคุมขังอยู่โดยหมายศาล คนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ เป็นบุคคลต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง อบต.ดังนั้น ไม่ใช่ประชาชนทุกคนจะมีสิทธิเลือกตั้ง อบต. ต้องตรวจสอบว่าที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของตนเองอยู่ในเขตความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบใด และตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ชัดเจนก่อนไปลงคะแนน สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งเทศบาล ซึ่งเลือกตั้งไปแล้วเมื่อ 11 พฤษภาคม 2568 ก็จะไม่มีสิทธิเลือกตั้ง อบต. อีกหากย้ายที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของตัวเองออกจากตำบลเดิมหลังจากวันที่ 11 มกราคม 2568 ก็จะขาดคุณสมบัติและถูกตัดมีสิทธิเลือกตั้ง อบต.แต่ถ้าย้ายทะเบียนบ้านแต่ยังอยู่ในตำบลเดิมก็จะยังมีสิทธิเลือกตั้ง อบต. อยู่
ตรวจสอบรายชื่อให้พร้อม ก่อนไปเลือกตั้ง อบต.
การตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง อบต. นั้นสามารถทำได้ผ่านช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/enqelection-local/ โดยใส่เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรืออีกช่องทางคือ แอปพลิเคชัน “Smart Vote” ของกกต. นอกจากนี้ สามารถตรวจสอบทางออฟไลน์ได้ ก่อนวันเลือกตั้ง 25 วันหรือตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2568 โดยสามารถดูชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือ ที่ทำการ อบต. หรือบริเวณที่ใกล้เคียงสถานที่เลือกตั้ง หรือหากเป็นก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 15 วัน คือตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2568 ก็สามารถตรวจสอบรายชื่อได้จากเอกสารที่ส่งมายังเจ้าบ้านหากตรวจสอบแล้วพบว่าตนเองไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียน อบต. เพื่อขอเพิ่มชื่อ ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน หรือไม่เกิน 1 มกราคม 2569
กาบัตร 2 ใบเลือกนายก อบต. และส.อบต. ยกเว้นอบต. ที่นายกชิงลาออกก่อนครบวาระและเลือกตั้งแล้วได้บัตรใบเดียว
วันที่ 11 มกราคม 2569 สามารถเดินทางไปใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งของตนเองได้ตั้งแต่เวลา 08:00 – 17:00 น. ขั้นตอนการเลือกตั้งมีทั้งหมดห้าขั้นตอน 1. ตรวจสอบรายชื่อและลำดับที่จากบัญชีรายชื่อที่ประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้ง2. ยื่นหลักฐานที่ใช้แสดงตนในการเลือกตั้ง คือ บัตรประชาชน (หมดอายุก็ได้) หรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน เช่น ใบขับขี่ หรือ พาสปอร์ต3. รับบัตรเลือกตั้ง โดยลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือลงที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งทั้งสองใบ ใบหนึ่งสำหรับเลือกนายกอบต. และอีกใบหนึ่งสำหรับเลือก ส.อบต. 4. เข้าคูหาลงคะแนนทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมายบัตรเลือกตั้งนายก อบต. เลือกผู้สมัครได้หนึ่งคน ยกเว้น อบต. ใดที่นายก อบต. ลาออกก่อนครบวาระ 4 ปีและเลือกตั้งนายก อบต. ไปแล้ว ก็จะไม่ได้บัตรใบนี้บัตรเลือกตั้ง ส.อบต. เลือกผู้สมัครได้ไม่เกินจำนวนที่พึงมีในเขตเลือกตั้งนั้น โดยสามารถเลือกน้อยกว่าได้ แต่เลือกมากกว่าไม่ได้5. นำบัตรเลือกตั้งที่พับเรียบร้อยแล้ว หย่อนใส่ลงในหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเองสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการเลือกตั้ง อบต. ครั้งนี้จะไม่มีการเลือกตั้งนอกเขตหรือการใช้สิทธิล่วงหน้าเหมือนกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเดินทางกลับไปที่ภูมิลำเนาของตัวเองเพื่อเลือกตั้งเท่านั้น
ไม่สะดวกไปเลือกตั้ง อย่าลืมแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิทางการเมือง
หากไม่สะดวกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 11 มกราคม 2569 ก็สามารถแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือ 7 วันหลังวันเลือกตั้ง ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไว้ดังนี้มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกลเจ็บป่วยและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้เป็นคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรมีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตรได้รับคำสั่งจากทางราชการให้ไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตเลือกตั้งมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุอื่นที่ กกต. กำหนดสำหรับช่องทางการแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ มีทั้งหมดสองช่องทาง ช่องทางแรก ช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันสมาทโฟน Smart Vote ซึ่งจัดทำโดย กกต. สามารถดูวิธีแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิได้ที่ https://www.ilaw.or.th/articles/50310ช่องทางที่สอง ทำหนังสือแจ้งไปยังนายทะเบียนอำเภอที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านพร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชน โดยสามารถแจ้งได้ด้วยตนเอง ทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปแจ้งให้ หรือสามารถจัดส่งผ่านไปรษณีย์ก็ได้ ตามแบบฟอร์มแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 1/8) การกรอกแบบฟอร์มนั้นต้องกรอกเพียงหน้าแรกเท่านั้น ให้เขียนชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่ที่ติดต่อได้ และในช่อง “ขอแจ้งว่าข้าพเจ้ามีเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง” ให้เขียนว่า “นายก/สมาชิกสภา อบต. ในวันที่ 11 มกราคม 2569” พร้อมทั้งให้เลือกเหตุที่ทำให้ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ จากนั้นในขั้นตอนการเขียนซองจดหมาย ให้จ่าหน้าซองถึง “นายทะเบียนอำเภอ …” และระบุที่อยู่ที่ว่าการอำเภอของตนเองหากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อบต. ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่แจ้งหรือไม่มีเหตุอันควร ก็จะต้องเสียสิทธิในการสมัคร ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือการเข้าชื่อทางกฎหมายบางประการ พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 กำหนดระยะเวลาการจำกัดสิทธิไว้ที่ครั้งละ 2 ปี โดยสิทธิที่ถูกตัดไปมีดังนี้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองและ ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหาร ท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นดำรงตำแหน่งเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น และ เลขานุการรองประธานสภาท้องถิ่น
รูปภาพ
ไฟล์เอกสาร